วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ตัวอย่างผลงานทางวิชาการ ที่ครูโศภิต ใช้ขอวิทยฐานะเชี่ยวชาญ

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖ ครับ
         
            หลังจากที่ผลงานทางวิชาการที่ใช้ขอวิทยฐานะเชี่ยวชาญผ่านการประเมินจากท่านคณะกรรมการแล้ว ผมเองก็อยากจะนำเสนอเพื่อเผยแพร่และเป็นตัวอย่างหรือเป็นแนวทางให้เพื่อนครูที่จะพัฒนาวิทยฐานะตนเอง เพราะการศึกษาจากตัวอย่างเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีอีกวิธีหนึ่งครับ
            ผมเองเข้าบรรจุเป็นครูด้วยวุฒิ ปวช. ศิลปหัตถกรรม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ สอนวาดเขียนให้นักเรียนอยู่ ๔-๕ ปี ก็ได้รับมอบหมายให้สอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานที่มีอยู่และหมั่นศึกษาค้นคว้าความรู้เพิ่มเติม ทั้งทฤษฎีการสอน ทฤษฎีคณิตศาสตร์ ตลอดจนความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ต่อมาไม่นานก็เข้าพัฒนาตนเองจนจบปริญญาตรีบริหารการศึกษา และปริญญาโทสาขาการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน จากวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
             ดังนั้นผลงานทางวิชาการที่ขอเลื่อนวิทยฐานะจึงเป็นวิชาคณิตศาสตร์มาโดยตลอด หาเป็นวิชาศิลปะที่ตนชอบไม่ แต่ผมก็พัฒนาตนเองทั้งงานที่รับผิดชอบในหน้าที่และงานศิลปะที่รัก จึงทำให้ท่านพบเห็นผลงานในบล็อกของผมมีงานศิลปะเป็นส่วนมาก
           แต่วันนี้ผมขอนำเสนอ บทคัดย่อผลงานดังกล่าว เผื่่อผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้และพัฒนาต่อไปครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------


รายงานการวิจัย                                  การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์
                                                                เรื่องการบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามแนวคิด
                                                                คอนสตรัคติวิสต์และการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้
ผู้วิจัย                                                     นายโศภิต   วงศ์คูณ  ตำแหน่ง  ครู    วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียน                                                เทศบาล 2 พิบูลวิทยาคาร
สังกัด                                                     เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
                                                                กระทรวงมหาดไทย

 

                     
                                                                                                   บทคัดย่อ

                      การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อ(1) ศึกษาสภาพปัญหาและบริบทของโรงเรียนเทศบาล 2 พิบูลวิทยาคาร  (2) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบ       ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้และ(3)เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่องการบวการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้
                      กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552  โรงเรียนเทศบาล 2 พิบูลวิทยาคาร สังกัดเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 31 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ (1) เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ จำนวน 16 แผน  (2) เครื่องมือที่ใช้สะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบบันทึกการสังเกตการณ์จัดการเรียนการสอน แบบบันทึกผลการใช้แผนการสอน แบบบันทึกการสัมภาษณ์นักเรียน แบบบันทึกประจำวันของครู แบบบันทึกทักษะประจำบทเรียน แบบทดสอบย่อยท้ายวงจร (3) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
                      รูปแบบในการวิจัยครั้งนี้ใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมีวงจรปฏิบัติการ 4 วงจร คือ วงจรปฏิบัติที่ 1 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-4 วงจรปฏิบัติที่ 2 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5-8 วงจรปฏิบัติที่ 3 ประกอบด้วยแผนการสอนที่ 9-12 วงจรปฏิบัติที่ 4 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13-16 โดยใช้รูปแบบการสอนที่สร้างขึ้น ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ทำการบันทึก สังเกต สัมภาษณ์นักเรียน เมื่อสิ้นสุดในแต่ละวงจรปฏิบัติจะทำการทดสอบย่อยเพื่อประเมินความก้าวหน้า แล้วจึงสะท้อนผลการปฏิบัติที่ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการบันทึก สังเกต สัมภาษณ์นักเรียนและผลงานนักเรียน มาวิเคราะห์อภิปรายเพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอนในวงจรต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
                      ผลการวิจัยพบว่า
                            (1) ผลการศึกษาสภาพปัญหาและบริบทของโรงเรียนเทศบาล 2 พิบูลวิทยาคาร สรุปว่าประเด็นปัญหาที่สำคัญมี 2 ประเด็น คือ ด้านตัวครูผู้สอน ที่จัดการเรียนการสอนโดยยึดครูเป็นศูนย์กลางในการเรียน ครูขาดการเตรียมการสอน ยึดแบบเรียนมาตรฐานเป็นหลัก ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดโดยไม่เข้าใจ ขาดเทคนิคการสอนและวิธีการสอน ทำให้การนำเสนอไม่หลากหลายและในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เน้นให้นักเรียนทำตามมากกว่าให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในมโนมติและกระบวนการแก้ปัญหาด้วยตัวนักเรียนเอง  และด้านตัวนักเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดแนวทางในการคิดแก้ปัญหาที่หลากหลายเนื่องจากจำเพียงวิธีการเดียวที่ครูสอนในการหาคำตอบเท่านั้น นักเรียนที่อ่อนไม่สนใจและไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อน นักเรียนไม่ได้รับการส่งเสริมให้เรียนร่วมกันเป็นกลุ่ม ทำให้นักเรียนขาดทักษะการทำงานร่วมกัน และไม่ได้ช่วยเหลือกันในการเรียนรู้
                                (2) การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนการบวกและการลบ ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ พบว่าผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ความเข้าใจด้วยตัวนักเรียนเอง สามารถนำประสบการณ์ในชีวิตประจำวันมาสัมพันธ์กับคณิตศาสตร์ รวมถึงการช่วยเหลือกันในการเรียนรู้ภายใต้บรรยากาศที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้กระบวนการคิดของตนเองแก้ปัญหา ซึ่งรูปแบบการสอนการบวกและการลบตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์และการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 ขั้น คือ 1) ขั้นนำ เป็นการแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้และทบทวนความรู้เดิม 2) ขั้นสอน ประกอบด้วย  (1) การเผชิญสถานการณ์ (2) การสร้างความรู้ความเข้าใจด้วยตนเอง (3) การตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ  (4) การเสนอความรู้ความเข้าใจต่อกลุ่มใหญ่  3) ขั้นสรุป เป็นการสรุปมโนมติความรู้และหลักการต่างๆ ที่ได้เรียนในแต่ละชั่วโมง  4) ขั้นศึกษากลุ่มย่อย เป็นการพัฒนาทักษะโดยนักเรียนจะเข้ากลุ่มย่อย ศึกษาบัตรเนื้อหาทำกิจกรรมจากบัตรกิจกรรมซึ่งเป็นสื่อกลางเพื่อช่วยเหลือกันในการเรียนรู้ และตรวจสอบคำตอบจากบัตรเฉลย  5) ขั้นพัฒนาการนำไปใช้เป็นการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้แกปัญหาในสถานการณ์ใหม่ โดยการทำแบบฝึกทักษะประจำบทเรียน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
      
       ด้วยความปรารถนาดีครับ  สวัสดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น